ประเทศแคนาดา : การศึกษาประเทศแคนาดา


แคนาดาเป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง โดยให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก และมีสถานศึกษาชั้นหนึ่ง แคนาดาใช้จ่ายเงินต่อคนในด้านการศึกษามากกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม G - 7 และเป็นประเทศอันดับที่ 3 ที่เป็นสมาชิกขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา ( โออีซีดี ) ปริญญาจากมหาวิทยาลัยในแคนาดาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล และนักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยของแคนาดา  มักจะประสบความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน 


ระบบการศึกษาแคนาดา

ระบบการศึกษาของแคนาดาประกอบด้วยสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมหาวิทยาลัย ภายใต้รัฐธรรมนูญของแคนาดา การศึกษาถือว่าเป็นความรับผิดชอบของมณฑล เพราะฉะนั้น ระบบการศึกษาของแต่ละมณฑล จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม การศึกษาของประเทศแคนาดา จัดว่ามีมาตรฐานการศึกษาที่สูง 


ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน


ระดับอนุบาล

เด็กชาวแคนาดาเริ่มเข้าเรียนในระดับอนุบาลเมื่อมีอายุ 4 หรือ 5 ขวบ โดยใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 1-2 ปี


ระดับประถมศึกษา

เด็กทุกคนจะเริ่มเรียนเกรดหนึ่งเมื่อมีอายุประมาณ 6 ขวบ ซึ่งจะจบการศึกษาสูงสุดในระดับประถมศึกษาที่เกรด 6 ,7 หรือ 8 ขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตรของแต่ละมณฑล


ระดับมัธยมศึกษา

ในระดับมัธยมศึกษานั้นจะมีถึงเกรด 12 ยกเว้นในรัฐควิเบค และรัฐออนตาริโอ ซึ่งอาจจะมีถึงเกรด 13 แต่สำหรับนักเรียน ซึ่งเรียนจบในระดับชั้นเกรด 13 เมื่อเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีก็จะใช้เวลาศึกษาเพียง 3 ปีเท่านั้น สำหรับหลักสูตรของรัฐอื่นๆ จะใช้เวลาในการเรียนระดับปริญญาตรี 4 ปี

นอกจากนี้ในรัฐควิเบค ยังมีระบบการศึกษาอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า ซีเจ็ป(Cegep) ซึ่งเป็นชื่อย่อของวิทยาลัยเพื่อการศึกษาทั่วไป และวิชาชีพ เป็นรูปแบบการศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา การศึกษาในระดับนี้จะรับผู้เรียนจบม. 5 (เกรด 12) เพื่อเข้าเรียนวิชาชีพเป็นเวลา 2 ปี โดยใช้ผลสอบสมัครเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย


วิทยาลัย (University College)

หลักสูตรการเรียนการสอนจะใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัย แต่จะเน้นด้านภาคปฏิบัติ ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 - 3 ปี โดยมีจุดประสงค์ที่จะผลิตนักศึกษาเพื่อออกสู่ตลาดแรงงาน ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรเทียบเท่าอนุปริญญา ซึ่งนักศึกษาสามารถใช้โอนเข้าศึกษาต่อยังระดับมหาวิทยาลัยได้


วิทยาลัยอาชีวะ (Community College)

เปิดสอนหลักสูตรทางด้านวิชาชีพและทางด้านเทคนิค โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 2- 3 ปี ครอบคลุมทักษะวิชาชีพที่สำคัญๆ เช่น ก่อสร้าง, การพาณิชย์, อุตสาหกรรมและการบริการ เป็นต้น


วิทยาลัยฝึกอาชีพ (Career College)

เป็นวิทยาลัยเอกชนซึ่งเปิดหลักสูตรอบรมวิชาชีพในสาขาอาชีพต่างๆ เช่น เลขานุการคอมพิวเตอร์ เป็นต้น


การศึกษาภาคปฏิบัติ (Co - op Education)

การศึกษาภาคปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา โดยทางสถาบันการศึกษาดำเนินการร่วมมือกับภาคธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง โดยมีระยะเวลาในการฝึกงานประมาณ 2 ภาคการศึกษาก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา


สถาบันสอนภาษาอังกฤษ (English Language Institutions)

เนื่องจากแคนาดามีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส จึงมีโรงเรียนซึ่งสอนทั้ง 2 ภาษา สำหรับนักศึกษา ต่างชาติอยู่มากมายเรียกว่า English as a Second Language (ESL) ซึ่งสอนภาษาอังกฤษ และ French as a Second Language (FSL) ซึ่งสอนภาษาฝรั่งเศส โรงเรียนเหล่านี้กระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั่วแคนาดา ซึ่งจะมีสอนทั้งหลักสูตรธรรมดา และหลักสูตรเฉพาะ เช่น ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ (Academic Purpose) เป็นต้น

นอกจากนี้ในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทั่วไปๆก็เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษ (ESL) และ ภาษาฝรั่งเศส (FSL) เช่นเดียวกัน สำหรับนัก ศึกษาต่างชาตินั้นไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ทั้งสองภาษาก็ได้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน


หลักสูตรปริญญาตรี

  1. หลักสูตรปริญญาตรีใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 3 - 5 ปี และบางมหาวิทยาลัยจะมีปริญญาตรี 2 ประเภท คือ
  2. ปริญญาตรีแบบทั่วไป (Ordinary Degree) ซึ่งจะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 3 ปี 
  3. ปริญญาตรีแบบเกียรตินิยม (Honours Degree) ซึ่งจะมีจำนวนหน่วยกิตมากกว่าแบบ Ordinary Degree และจะต้องเขียนวิทยานิพนธ์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท  

หลักสูตรปริญญาโท

ใช้ระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 1 ปีครึ่ง - 2 ปี ขึ้นอยู่กับสถาบันและวิชาพื้นฐานของแต่ละหลักสูตร ที่จะต้องเรียนหรือต้องสอบ


หลักสูตรปริญญาเอก

ใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 2 ปีหลังปริญญาโท หรือ 3 ปีหลังปริญญาตรีแบบเกียรตินิยม (Honour Degree) แต่โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลาประมาณ 3 - 5 ปี หลังจากจบปริญญาโท โดยเป็น Coursework ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างานวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ และการเขียนวิทยานิพนธ์