ประเทศอังกฤษ : การศึกษาประเทศอังกฤษ


ประเทศ สหราชอาณาจักรอังกฤษ เป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศสวยงาม ความเจริญทางด้านอุตสาหกรรม เป็นเมืองประวัติศาสตร์และศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรม เทคโนโลยี รวมทั้งยังเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญในด้านการศึกษาอีกด้วย ทำให้ประเทศนี้มีชื่อเสียงทั่วโลกในด้านคุณภาพที่เป็นเลิศ และทำให้นักเรียนที่สำเร็จการศึกษามีโอกาสในอาชีพการงานมากกว่า ดีกว่า และ รายได้สูงกว่า นอกจากนี้ประเทศอังกฤษยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจทำให้การ เลือกเข้ามาศึกษา ณ ประเทศอังกฤษนี้เป็นมากกว่าการเรียนในห้องเรียน และ ยังสามารถเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตด้วยการท่องเที่ยว ความเป็นอยู่ได้อีกด้วย  

ระบบการศึกษาประเทศอังกฤษ ( England Education System )

ระบบการศึกษาภาคบังคับในประเทศอังกฤษและเครือจักรภพนั้นจะเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปีถึง 16 ปี ซึ้งจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับ อาชีวศึกษา และระดับปริญญาโดยส่วนมากนักเรียนจะเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาล( state-funded ) ส่วนผู้ปกครองที่มีฐานะดีมักจะส่งบุตรหลานของตนเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน ( independent schools ) สำหรับ นักเรียนไทยที่จะไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ นักเรียนจะมีสิทธิเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนของเอกชนเท่านั้น ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในราชอาณาจักร แบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ 
  
  • ภาคต้น ( Autumn Term) เริ่มปลายเดือนกันยายน ถึงกลางเดือนธันวาคม 
  • ภาคกลาง ( Spring Term) เริ่มกลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนมีนาคม 
  • ภาคปลาย ( Summer Term) เริ่มปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม

ระดับประถมศึกษา ( Preparatory School )

สำหรับเด็กนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 5 - 13 ปี หลักสูตรนี้เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ ความสามารถ และเติบโตตามวัย โดยจะเน้นสอนให้เด็กมีทักษะในการเขียนและทักษะด้านตัวเลข 
  
  • ระดับเตรียมประถมศึกษา ( Pre - Preparatory School ) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 - 7 ปี 
  • ระดับประถมศึกษา ( Preparatory School ) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 -13 ปี เพื่อมุ่งเน้นการเตรียมตัวสอบ Common Entrance Examination ( CEE ) เพื่อก้าวไปสู่การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาต่อไป

ระดับมัธยมศึกษา ( Secondary Education )

สำหรับระดับมัธยมศึกษาในระบบรัฐบาลและเอกชน ทางโรงเรียนจะเปิดรับนักเรียนที่สอบผ่าน CEE และมีอายุตั้งแต่อายุ 13 ปีขึ้นไป แต่สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติจะมีสิทธิ์เรียนต่อที่ ( Independent School ) โรงเรียน มัธยมของเอกชนเท่านั้น นักเรียนทุกคนจะต้องทำการสอบวัดผลความรู้และความสามารถเพื่อจะนำไปใช้ในการ สมัครเข้าในระดับอุดมศึกษาต่อไป ทั้งนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของอังกฤษเป็นผู้กำหนด โดยการสอบจะจัดโดยคณะกรรมาธิการอิสระซึ่งมี 5 คณะ โดยการสอบจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
   
  1. GCSE ( General Certificate of Secondary Education ) นักเรียนต้องมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป เพื่อที่จะได้สอบวุฒิบัตร GCSEสำหรับการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสายสามัญ “A” Level ได้ หรือหลักสูตรสายวิชาชีพ Advanced GNVQ อีก 2 ปี การสอบระดับนี้นักเรียนต้องเลือกสอบประมาณ 8-12 วิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลปะ ฯลฯ โดยผลการสอบจะแบ่งออกเป็น 7 ระดับ ตั้งแต่ A ถึง G นักเรียนที่สอบได้เกรดตั้งแต่ C ขึ้นไปถือว่าสอบผ่าน
  2. GCE A Level (GCE Advanced) นักเรียนต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป การสอบ GCE "A" Level เป็นการสอบวัดผลความรู้ของนักเรียนเพื่อการพิจารณาให้นักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา วิชาที่สอบมีให้เลือกกว่า 50 วิชา โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 
  • A Level (Advanced Level) 
  • AS Level (Advanced Subsidiary Level) 
  • Vocational A Level 
ผลการสอบแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ A ถึง E ซึ่ง Grade ทั้ง 5 ระดับนี้ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด โดยส่วนใหญ่แล้วมหาวิทยาลัยจะรับพิจารณารับผู้ที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป แต่บางแห่งอาจจะรับผู้ที่ได้คะแนนระดับ A กับ B เท่านั้น

ระดับอาชีวะศึกษา (Further Education )

เป็น การศึกษาสำหรับนักเรียนที่ไม่ประสงค์ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการจะมีคุณวุฒิทางสายวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ เพื่อเตรียมนักศึกษาเข้าสู่โลกของการทำงานที่มีการแข่งขันตลอดเวลา โดยจะมีหลักสูตรเช่น National Vocational Qualification ( NVQ ) และ Higher National Certificate/Diploma ( HNC/HND ) และยังมีหลักสูตร Foundation degrees เป็นหลักสูตรการศึกษาที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความรู้ในการเรียนต่อระดับปริญญาตรี หลักสูตรนี้จะใช้เวลาเรียน 1 ปี 

ระดับอุดมศึกษาประกอบด้วยปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ( HigherEducation )

  • ปริญญาตรี ( Undergraduate ) ระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตรระยะเวลา 3 ปี ยกเว้นบางสาขาซึ่งจะใช้ระยะเวลาเรียนนานกว่าถึง  4 - 6 ปี  เช่น  สาขา วิศวกรรมศาสตร์ , สถาปัตยกรรมศาสตร์ , ทันตแพทย์ , สัตวแพทย์ , แพทยศาสตร์
  • ปริญญาโท ( Post-Graduate ) ระดับปริญญาโท ก่อนที่จะเรียนปริญญาโท นักศึกษาจะต้องเรียนในหลักสูตร Postgraduate Certificate/Diploma ซึ่งใช้เวลา 9 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาที่เลือก จากนั้นจึงเข้าเรียนในระดับปริญญาโท ซึ่งมีทั้งแบบเข้าเรียนและค้นคว้าวิจัยโดยใช้ระยะเวลา 1 - 2 ปี 
  • ปริญญาเอก ( Doctoral Degree ) ปริญญาเอก เป็นหลักสูตรเน้นงานวิจัยเพียงอย่างเดียวโดย ใช้ระยะเวลา 3-4 ปี ผู้ที่จะเข้าเรียนในระดับปริญญาเอกได้ จะต้องมีคุณวุฒิระดับปริญญาโท และมีผลงานวิจัยในระดับปริญญาโทมาก่อน